วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

จำหน่ายกล้าพันธุ์กิมซุง ตงลืมแล้ง ราคาส่งถูกที่สุด

ทางบ้านสวนสวรส ฟาร์ม ของเรามีเครือข่ายเกษตรกรที่ปลูกไผ่กิมซุ่งหรือตงลืมแล้งรวมกันนับพันไร่ ทางเราสามารถผลิตกิ่งพันธุ์คุณภาพได้เดือนนึงนับแสนต้น ท่านใดที่สนใจนำไปปลูก ทำโครงการต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทางเราสามารถจัดหาให้กับทุกท่านได้ด้วยราคาพิเศษที่ทุกท่านพอใจ สอบถามข้อมูลได้โดยตรงที่ 090-9569093,089-6889946 Line: 0896889946....ทางเรามีรถส่งต้นพันธุ์ถึงหน้าสวน หน้าฟาร์ม พร้อมเอกสารข้อมูลการปลูก การดูแล จนถึงเรื่องการทำตลาด พร้อมคำแนะนำอย่างไกล้ชิดให้กับทุกๆท่านด้วยครับ




มาปลูกไผ่กิมซุ่งหรือไผ่ตงลืมแล้งแก้จนกันเถอะ


         การตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดี หลักประกันที่ดีและสำคัญที่สุดให้กับตนเองและครอบครัว..จากอาชีพเกษตรกรรมซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นและอยู่ไกล้ตัวของคนไทย การปลูกไผ่แก้จนก็เช่นเดียวกันครับ ไผ่เป็นพืชนอกระบบของพืชเศรษฐกิจอื่นๆอย่างเช่น ยางพารา ปาล์ม อ้อย มันสำปะหลัง นาข้าว ราคาจึงไม่ได้ถูกกำหนดมาจากส่วนกลาง และยังเป็นพืชที่อยู่คู่กับครัวไทยมาช้านาน เป็นอาหารที่หลายๆคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก ยิ่งในฤดูที่ไม่มีหน่อไม้จากธรรมชาติด้วยแล้วราคายิ่งสูง ความต้องการของผู้บริโภคมีมาก คนที่ทำสวนหน่อไม้กันแบบจริงๆจังๆจึงรับทรัพย์กันไม่น้อยหน้าอาชีพอื่นๆเลยเช่นกัน ปีนี้ราคาส่งหน่อไม้หน้าสวนสูงมากถึงกิโลละ 50 บาทเลยทีเดียว ทำให้เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยวันละ 1-2 พันบาทต่อพื้นที่เพียง 1 ไร่กันเลยทีเดียว


เนื่องจากหน่อไม้ในธรรมชาติไม่มีผลผลิตในหน้าแล้ง ความต้องการการบริโภคมีมาก วัตถุดิบขาดแคลน ทางบ้านสวนสวรส ฟาร์มได้เล็งเห็นความสำคัญตรงจุดนี้ จึงจัดตั้ง "โครงการปลูกไผ่แก้จน 1 ไร่ 1 แสน " ขึ้น โดยทางบ้านสวนสวรส ฟาร์ม สนับสนุนชาวบ้านปลูกไผ่ตงลืมแล้ง อบรมให้ความรู้ แนะเทคนิควิธีการต่างๆในการปลูกหน่อไม้ ตลอดจนรับซื้อผลผลิตคืนจากเกษตรกรในราคาสูง ซึ่งมีการรับประกันราคาหน่อไม้ตามฤดูกาลต่างๆดังนี้ - หน้าแล้ง รับซื้อต่ำสุด 20 บาท สูงสุด 50 บาท ต่อกิโลกรัม...- หน้าฝนรับซื้อต่ำสุด 5 บาท สูงสุด 10 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งช่วงระยะเวลาการขายที่ได้ราคาดีๆคือช่วง เดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคม รวม 7 เดือน ผลผลิตเฉลี่ยต่อวันประมาณ 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ต่อวัน

 ด้วยมูลเหตุเหล่านี้จึงมีหลายๆท่านหันมาเข้าร่วมโครงการปลูกไผ่แก้จนกับทางเราเยอะพอสมควร บางท่านโค่นต้นยางทิ้ง เนื่องจากราคายางตกต่ำไม่คุ้มค่าดำเนินการ บางคนปรับที่นาที่ไม่ค่อยได้ผลผลิตออกเพื่อปลูกไผ่กัน บางคนปลูกมันสำปะหลังกันมาเป็นสิบปีได้บ้าง ขาดทุนบ้าง เพราะต้องปลูกใหม่กันทุกปี จะดีไหมครับ..ปลูกไผ่ครั้งเดียวเก็บผลผลิตขายทุกวันนานถึง 50-60 ปี ใช้ระยะเวลาในการปลูกสั้น เพียง 6-8 เดือนก็เริ่มตัดหน่อขายได้แล้ว..ท่านใดที่สนใจอยากเข้าร่วมโครงการ"ปลูกไผ่แก้จน 1 ไร่ 1 แสน" หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแจ้งมาได้ตลอดเวลาเลยนะครับ 089-6889946 , 090-9569093 Line : 0896889946 ... ด่วนนะครับ!!! โควต้าของเรารับเพียงประมาณ 350 สวนเท่านั้น..!!!




วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

สวนไผ่เงินล้านอายุ 4 เดือน ตัวอย่างใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์จังหวัดอุบลราชธานี


 สวนไผ่ " ร่วมใจ" แห่งนี้เกิดขึ้นจากความไม่เห็นด้วยของชาวบ้าน วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา บางคนก็พูดว่า ใครเขามาปลูกไผ่ขายกันเกิดมาไม่เคยเห็น ปลูกแล้วจะโตอยู่เร๊อะขนาดเอาไปฝังไว้ปลายนา2ปีมันยังไม่ขึ้นเลย ปลูกแล้วจะขายให้ใคร สารพัดปัญหาข้องใจ..แต่พอลองถามกลับไปหน้าแล้งไม่มีหน่อไม้ลุง ป้า อยากทานแกงหน่อไม้ไหม คำตอบที่ได้ยินเหมือนๆกันคือ ถ้ามีหน้าแล้งก็ยิ่งดี กับข้าวกับปลายิ่งหายาก นับจากวันเริ่มต้นจนปาเข้าไป 4 เดือนแล้ว ชาวบ้านงงไปตามๆกันทำไมมันโตไวจัง ..ลุงแอ๊ดผู้ดูแลสวนนี้ใช้ทุกๆตารางนิ้วของสวนไผ่ให้เกิดประโยชน์ทุกๆมากที่สุด ปลูกผักสวนครัวทุกชนิดที่ทานได้..ทั้ง ข้าวโพด หอม กระเทียม พริก มะเขือ แมงลัก แตงกวา ฟักทอง โหระพา ฟัก ถั่วพุ่ม คุณลงท่านว่า " ทำตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เหลือกินก็แบ่งขาย เป็นของฝากผู้คนที่มาเยี่ยมเยียน อีกอย่างพืชเหล่านี้ยังช่วยคลุมดินลดการคายน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับสวนไผ่อีกด้วย.." แบบนี้ยกนิ้วโป้งให้เลยครับ ท่านที่สนใจจะแวะมาดูหรือโทรถามรายละเอียดของสวนไผ่ร่วมใจติดต่อลุงแอ๊ดได้นะครับ 099-0403303 ที่ตั้งบ้านสำลาก ต.หนองบ่อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี




สำหรับท่านใดที่มองเห็นโอกาสและรักในอาชีพเกษตรกรรม ติดต่อ "โครงการปลูกไผ่แก้จน ปลูกไผ่ให้รวย 1 ไร่ 1 แสนต่อปี " การเกษตรถ้ามีช่องว่างก็สามารถรวยได้ง่ายๆนะครับ
  ดำเนินโครงการโดย : บ้านสวนสวรส ฟาร์ม หมอพืชอานนท์ 090-9569093 , 089-6889946 LINE ID = 0896889946
รับประกันซื้อผลผลิตคืนตลอดทั้งปีนะครับ..

ไผ่ตงลืมแล้งอายุเพียง 5 เดือน อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี

สวนไผ่แปลงนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกของโครงการ "ปลูกไผ่แก้จน 1 ไร่ 1 แสนต่อปี " ดำเนินงานโดยอาจารย์บัณฑิต ไขแสง เพื่อนรักตั้งแต่อนุบาลจนถึงทุกวันนี้ เห็นโอกาสก่อนคนอื่นๆปลูกไผ่ไป 7 ไร่ ตอนนี้กำลังแข่งกันแทงหน่อสะพรั่งทั้งๆที่เป็นหน้าหนาว..แม่ค้าในตลาดแห่จองกันควัก ปลูกตั้ง 7 ไร่แม่ค้าบอกไม่พอขายหรอกแค่บ้านตำบลก็หมดแล้ว

 นี่ขนาดคุณครูท่านไม่ค่อยมีเวลาดูแลเอาใจใส่มากนะครับยังขนาดนี้..ถ้าเป็นเกษตรกรตัวจริงจะขนาดไหน

 น่าทึ่งจริงๆครับสำหรับคนที่มองเห็นโอกาส..ปลูกง่ายโตไว หน่ออ้วน กรอบ หอม อร่อย ไม่มีขม ไม่ต้องต้ม ที่สำคัญตลาดไม่อั้น รับประกันซื้อผลผลิตคืนตลอดปี ทั้งหน่อและไม้ไผ่ที่สางกอในแต่ละปี
 
สนใจอยากปลูกไผ่แก้จน " 1 ไร่ 1 แสนต่อปี " ติดต่อบ้านสวนสวรสฟาร์ม ได้นะครับ..ยินดีให้คำปรึกษาตลอดเวลา ต้องการพื้นที่ปลูกด่วนมากครับเพียง 1,000 ไร่เท่านั้น 090-9569093,089-6889946 LINE ID : 0896889946

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รับสมัครสมาชิกโครงการปลูกไผ่แก้จนโดย บ้านสวนสวรส ฟาร์ม จังหวัดอุบลฯ ประกันรับซื้อผลผลิตคืน

       สวัสดีครับ..บ้านสวนสวรส ฟาร์ม ขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกันปลูกไผ่แก้จน เพื่อสร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวทุกๆท่าน..ซึ่งข้อดีของการปลูกไผ่หรือหน่อไม้มีมากมายนับไม่ถ้วน ที่จริงหน่อไม้เป็นเรื่องไกล้ตัวมากเพราะแทบทุกบ้านพอมีไว้ริมรั้วอยู่แล้ว..แต่น้อยคนนักจะขยายพื้นที่ปลูกเพื่อนำมาประกอบอาชีพเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง เป็นเรื่องที่หลายๆคนมองข้ามไปเลยทีเดียว วันนี้ผมจึงอยากเชิญชวนทุกท่านร่วมกันนำสิ่งที่หลายๆคนมองข้ามเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส มาสร้างรายได้ร่วมกันครับ..ด้วยการยืนบนลำแข้งของตัวเองไม่พึ่งพาผู้อื่นมากจนเกินไป..โดยทางบ้านสวน สวรสฟาร์ม มีหน้าที่จัดเตรียมกิ่งพันธุ์ให้กับเกษตรกรและรับซื้อผลผลิตคืนจากกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ทุกท่านสามารถติดต่อได้โดยตรงนะครับ บ้านสวนวรส ตั้งอยู่ที่ 166 ม. 1 บ้านหนองบ่อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โทร 090-9569093 , 089-6889946 ไอดี ไลน์ 0896889946 ประกันรับซื้อผลผลิตคืนตลอดปีครับ ซึ่งข้อดีของการปลูกไผ่แก้จนมีมากจริงๆ ตัวอย่าง เช่น
1. มีตลาดรองรับแน่นอน โดยทาง บ้านสวนสวรส ฟาร์ม จะรับซื้อหน่อไม้สดราคาส่งจากเกษตรกร เพื่อนำไปจำหน่ายปลีกอีกที ซึ่งตลาดที่ บ้านสวนสวรสฟาร์ม จะดิวด้วยก็มี ห้างแมคโคร ห้างโลตัส ห้างบิ๊กซี ห้างเซ็นทรัล ห้างเดอะมอลล์ ตลาดกลางนครราชสีมา ตลาดสดในหลายๆที่และในหลายๆจังหวัด ตลอดจนร้านค้าริมทางในหลายๆเส้นทางขาหลัก เป็นต้น ซึ่งจากการประเมินคร่าวๆแหล่งรองรับดังกล่าว มีความต้องการหน่อไม้สด โดยเฉพาะหน้าแล้งไม่ต่ำกว่าวันละ 30-50 ตัน
2. หน่อไม้เป็นพืชที่ปลูกง่าย ปลูกได้ทุกสภาพดิน ไม่มีโรคและแมลงรบกวน จึงปลอดภัยจากการใช้สารพิษ สารเคมี และสามารถลดรายจ่ายเรื่องสารเคมี ยาฉีด ลงได้
3. การปลูกหน่อไม้เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายแล้ว การดูแลก็ง่ายกว่าพืชชนิดอื่น อีกทั้งไม่ต้องมีความรู้ความชำนาญมากก็สามารถปลูกได้ทุกคน ขอเพียงมีตลาดรองรับที่ชัดเจนเท่านั้น
4. ต้นทุนในการปลูกไม่สูงจนเกินไปนัก ลงทุนปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายสิบปี เมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น เช่น มันสำปะหลัง นาข้าว พริก มะเขือ ถั่ว ข้าวโพด เป็นต้น
5. ปลูกหน่อไม้สามารถมีเวลาว่างไปทำกิจกรรมอื่นหรืองานอื่นๆได้ เพราะเนื่องจากไผ่แมลงไม่รบกวน เพลี้ยไม่มี วัชพืชจำพวกหญ้าเมื่อต้นไผ่คลุมพื้นที่หมดแล้วก็ตัดปัญหาเรื่องวัชพืชได้ ไม่จำเป็นต้องฉีดยาฆ่าหญ้า ประหยัดได้อีกต่ออีก ทั้งการรดน้ำ ให้ปุ๋ย ก็ง่ายไม่ได้ทำทุกวันประหยัดเวลาได้เยอะมาก สามารถใช้เวลาเพียงช่วงเช้าหรือเย็นในการดูแลก็ได้












               เปรียบเทียบการปลูกไผ่แก้จนกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆครับ
ชนิดพืช
จำนวน/ไร่
ต้นทุนพันธุ์
เวลาเก็บเกี่ยว
ขายผลผลิต
ยางพารา
96
4,800(50)
7 ปี
1-2 หมื่น/ปี
ปาล์ม
48
7,200(150)
4-6 ปี
6,000-10,000/ปี
นาข้าว
-
500
4 ด.
2,000-10,000/ปี
อ้อย
-
2,000
1 ปี
7,000-15,000/ปี
มัน
2,000
500
8 ด.
3,000-15,000/ปี
อินทผาลัม
48
14,400(300)
1-3 ปี
ไม่มีข้อมูลชัดเจน
หน่อไม้
175
9,625 ( 55 )
6-8 ด.
1-1.2แสน / ปี
ตัวอย่างรายได้การปลูกหน่อไม้แก้จนบนเนื้อที่เพียง 1 ไร่ ครับ
1.รายได้จากการขายหน่อคิดแค่3 เดือนช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม ( ปกติราคาหน่อไม้จะดีมากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคมรวมระยะเวลา 7 เดือน)แต่เราจะคิดแค่ 3 เดือนก็พอ..เฉลี่ยผลผลิต30 กิโลกรัมต่อวันต่อไร่ ราคาส่งหน้าสวน 35 บาทต่อกิโลก็เป็นเงิน วันละ 1,000 บาท ถ้า 30 วันก็ 30,000 บาท ถ้ารวมกัน 3 เดือน ก็ 90,000 บาท ( 3 เดือน ได้ 90,000 บาท ดีไหมครับ )
2.รายได้จากการขายหน่อช่วงหน้าฝนซัก25,000 บาท
3.รายได้จากการขายลำทุกปี ไร่ละ 600 ต้น X 10- เป็นเงิน 6,ooo บาทต่อไร่
รวมรายได้ทั้งหมดใน 1 ปี 121,000 บาทบนเนื้อที่เพียง 1 ไร่
ตัวอย่างรายได้การปลูก 5 ไร่
1.รายได้จากการขายหน่อคิดแค่3 เดือนช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม วันละ 5,000บาท ถ้า 30 วันก็ 150,000 บาท ถ้ารวมกัน 3 เดือน ก็ 450,000 บาท ( 3 เดือน ได้ 450,000 บาท ดีไหมครับ )
2.รายได้จากการขายหน่อช่วงหน้าฝนซัก125,000 บาท
3.รายได้จากการขายลำทุกปี ไร่ละ 600 ต้น X 5 ไร่ = 3,000 ลำ X 10- เป็นเงิน 30,oooบาท
รวมรายได้ทั้งหมดใน 1 ปี 605,000 บาทบนเนื้อที่เพียง 5 ไร่
              รายได้จากการปลูก 10 ไร่
1.รายได้จากการขายหน่อคิดแค่3 เดือนช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม วันละ 10,000 บาท ถ้า 30 วันก็ 300,000 บาท ถ้ารวมกัน 3 เดือน ก็ 900,000 บาท ( 3 เดือน ได้ 900,000 บาท ดีไหมครับ )
2.รายได้จากการขายหน่อช่วงหน้าฝนซัก250,000 บาท
3.รายได้จากการขายลำทุกปี ไร่ละ 600 ต้น X 10 ไร่ = 6,800 ต้น X 10- = 60,000 บาท
รวมรายได้ทั้งหมดใน 1 ปี1,210,000 บาทบนเนื้อที่เพียง 10 ไร่

ปลูกไผ่แก้จน ปลูกไผ่แล้วรวย ต้องการพื้นที่ปลูกไผ่จำนวนมาก มีตลาดรองรับผลผลิตชัวร์


           เนื่องจากปัจจุบันนี้มีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม ค่าครองชีพที่สูง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย สังคมขาดการแบ่งปัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เหมือนสมัยก่อน แต่ละคนแต่ละครอบครัวจึงต้องดิ้นรนกันเอาตัวรอด เนื่องมาจากรายได้ที่จะนำมาจุนเจือครอบครัวมีไม่เพียงพอ อีกทั้งสภาพแวดล้อมในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การทำเกษตรก็ยากลำบากขึ้นกว่าแต่ก่อน ผลผลิตราคาตกต่ำ แมลง ศัตรูพืช เพลี้ย เชื้อโรคต่างๆมีการพัฒนาการจนเกิดการดื้อยา การเกษตรสมัยนี้ทำยากกว่าสมัยก่อนมาก ทำให้การเกษตรยุคนี้มีการใช้สารเคมีกันแทบทุกหย่อมหญ้า จนก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย อาธิ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด ลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน บางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้วก็มี หรือบางทีเชื้อโรค สารเคมี ก็ตกอยู่ในร่างกายของสัตว์เหล่านั้น เมื่อเรานำมารับประทานจึงทำให้ติดเชื้อโรคต่างๆตามไปด้วย อย่างที่มีข่าวให้เราได้ยินอยู่แทบทุกที่ เช่น หมาป่วยเป็นมะเร็ง วัวควายเป็นเนื้องอก ปาก เท้าเปื่อย ไก่ เป็ด เป็นไข้หวัดนก เป็นต้น ซึ่งทุกๆสาเหตุดังกล่าวสามารถติดต่อมาสู่มนุษย์ได้ อีกอย่างเมื่อเราใช้สารเคมีกันมากๆเข้า ดินก็ดี น้ำก็ดี อากาศก็ดี ล้วนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ดินเสีย ดินแน่น ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ไม่งามเหมือนแต่ก่อน น้ำก็เน่าเสีย อากาศทุกวันนี้ก็มีแต่มลภาวะหายใจไม่เต็มปอดซักที ดังนั้นเราต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ หมายความว่า เราทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ เราหยุดไม่ได้ แต่ทำเกษตรอย่างไรให้คุ้มค่ากับแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ที่เราลงทุนไป อีกทั้งต้องปลอดภัยทั้งแก่ตนเอง ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมทั่วไป เราจะเลือกทำการเกษตรอะไรดี จึงจะคุ้มค่ามากที่สุด ไม่ต้องปลูกใหม่ ปลูกซ้ำ หรือลงทุนอยู่เรื่อยๆทุกๆปี สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเมื่อลงทุนลงแรงไปแล้วจะสำเร็จหรือไม่ต้องประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
1.              สิ่งที่เราจะปลูก จะลงมือทำ ตลาดมีความต้องการหรือไม่ จะขายที่ไหน ใครจะรับซื้อ
2.              สิ่งที่เราจะปลูก มีเชื้อโรค แมลง เพลี้ย วัชพืช รบกวนมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นคือรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น
3.              เรามีความรู้ความชำนาญในการปลูกพืชเหล่านั้นหรือไม่
4.              ต้นทุนในการปลูก ในการผลิต สูงมากน้อยแค่ไหน คุ้มค่ากับการลงทุนและเสียเวลาหรือไม่
5.              การดูแล ป้องกัน รักษาพืชที่จะปลูก ยากไหม ปลอดภัยต่อตนเองและผู้บริโภคไหม อย่างเช่น ปลูกพริกแบบพาณิชย์ต้องฉีดยาเคมีวันเว้นวัน  เท่ากับตายผ่อนส่ง บางครอบครัวภรรยาต้องเป็นหม้ายเพราะสามีเป็นมะเร็งเสียชีวิตเพราะยาเคมี ซึ่งเราก็ได้ยินข่าวอยู่ร่ำไป บางทีเขาฉีดยาฆ่าหญ้าไว้ในนาแล้วไปรับจ้างดำนา ตายเพราะสูดดมเอายาฆ่าหญ้าก็มี หรือยาฆ่าหญ้าซึมเข้าตามแผลไปทำลายระบบต่างๆในร่างกายจนเสียชีวิตก็มี
           นี่คือเหตุผลที่ว่าเราจะปลูกอะไรดีจึงจะพอมีเงินเลี้ยงครอบครัว ยกระดับฐานะของตัวเอง และได้ใช้เงินที่เราหามา หมอพืชอานนท์ แห่งบ้านสวนสวรสฟาร์ม จึงมีโครงการเชิญชวนพ่อแม่พี่น้อง “ ปลูกไผ่แก้จน “ เพื่อยกระดับฐานะ เพื่อสร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ ให้เป็นกอบเป็นกำ เรามาดูกันครับว่า การปลูกไผ่แก้จนตามแนวทางการสร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ของบ้านสวนสวรสฟาร์ม จะแก้ปัญหาดังกล่าวที่ว่ามาได้จริงหรือไม่ อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ หน่อไม้เป็นพืชที่คนอีสาน และคนไทยทั้งประเทศ หรือต่างประเทศ นิยมบริโภคกันอย่างมาก แต่ผลผลิตที่มีในทุกวันนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีของเรา มีประชากรเป็นล้านคน แต่ไม่มีแปลงปลูกหน่อไม้ที่เพียงพอต่อความต้องการของคนทั้งจังหวัด ต้องนำเข้าหน่อไม้ทั้งสด ทั้งดอง มาจากแหล่งอื่นทั้งสิ้น ที่เห็นปลูกกันอยู่ทั่วๆไปก็พอแค่จำหน่ายในเขตหมู่บ้านและตำบลที่อาศัยอยู่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องเข้าร่วมโครงการ “ปลูกไผ่แก้จน “ ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้หมดไปจากบ้านเรา
ด่วนนะครับ..ต้องการพื้นที่ปลูกเพียง 1,000 ไร่เท่านั้น..รายได้เฉลี่ย 1 ไร่ 1 แสนต่อปี ถ้าปลูกกันคนละ 5 ไร่ก็รับกันย่อยๆปีละ 500,000 บาทครับ...ไม่ยากอย่างที่คิดไว้เลยใช่ใหมครับ ติดต่อสอบถามเจ้าของโครงการปลูกไผ่แก้จนได้ที่ : บ้านสวนสวรส ฟาร์ม 090-9569093 , 089-6889946 Line Id : 0896889946

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รับสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงการปลูกไผ่แก้จนจังหวัดอุบลราชธานี 1 ไร่ 1 แสน


โครงการปลูกหน่อไม้แก้จน ดำเนินงานโดย บ้านสวนสวรส ฟาร์ม
ที่มาที่ไป
           เนื่องจากปัจจุบันนี้มีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม ค่าครองชีพที่สูง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย สังคมขาดการแบ่งปัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เหมือนสมัยก่อน แต่ละคนแต่ละครอบครัวจึงต้องดิ้นรนกันเอาตัวรอด เนื่องมาจากรายได้ที่จะนำมาจุนเจือครอบครัวมีไม่เพียงพอ อีกทั้งสภาพแวดล้อมในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การทำเกษตรก็ยากลำบากขึ้นกว่าแต่ก่อน ผลผลิตราคาตกต่ำ แมลง ศัตรูพืช เพลี้ย เชื้อโรคต่างๆมีการพัฒนาการจนเกิดการดื้อยา การเกษตรสมัยนี้ทำยากกว่าสมัยก่อนมาก ทำให้การเกษตรยุคนี้มีการใช้สารเคมีกันแทบทุกหย่อมหญ้า จนก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย อาธิ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด ลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน บางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้วก็มี หรือบางทีเชื้อโรค สารเคมี ก็ตกอยู่ในร่างกายของสัตว์เหล่านั้น เมื่อเรานำมารับประทานจึงทำให้ติดเชื้อโรคต่างๆตามไปด้วย อย่างที่มีข่าวให้เราได้ยินอยู่แทบทุกที่ เช่น หมาป่วยเป็นมะเร็ง วัวควายเป็นเนื้องอก ปาก เท้าเปื่อย ไก่ เป็ด เป็นไข้หวัดนก เป็นต้น ซึ่งทุกๆสาเหตุดังกล่าวสามารถติดต่อมาสู่มนุษย์ได้ อีกอย่างเมื่อเราใช้สารเคมีกันมากๆเข้า ดินก็ดี น้ำก็ดี อากาศก็ดี ล้วนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ดินเสีย ดินแน่น ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ไม่งามเหมือนแต่ก่อน น้ำก็เน่าเสีย อากาศทุกวันนี้ก็มีแต่มลภาวะหายใจไม่เต็มปอดซักที ดังนั้นเราต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ หมายความว่า เราทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ เราหยุดไม่ได้ แต่ทำเกษตรอย่างไรให้คุ้มค่ากับแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ที่เราลงทุนไป อีกทั้งต้องปลอดภัยทั้งแก่ตนเอง ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมทั่วไป เราจะเลือกทำการเกษตรอะไรดี จึงจะคุ้มค่ามากที่สุด ไม่ต้องปลูกใหม่ ปลูกซ้ำ หรือลงทุนอยู่เรื่อยๆทุกๆปี สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเมื่อลงทุนลงแรงไปแล้วจะสำเร็จหรือไม่ต้องประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
       1.   สิ่งที่เราจะปลูก จะลงมือทำ ตลาดมีความต้องการหรือไม่ จะขายที่ไหน ใครจะรับซื้อ
2.   สิ่งที่เราจะปลูก มีเชื้อโรค แมลง เพลี้ย วัชพืช รบกวนมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นคือรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น
3.              เรามีความรู้ความชำนาญในการปลูกพืชเหล่านั้นหรือไม่
4.              ต้นทุนในการปลูก ในการผลิต สูงมากน้อยแค่ไหน คุ้มค่ากับการลงทุนและเสียเวลาหรือไม่
5.              การดูแล ป้องกัน รักษาพืชที่จะปลูก ยากไหม ปลอดภัยต่อตนเองและผู้บริโภคไหม อย่างเช่น ปลูกพริกแบบพาณิชย์ต้องฉีดยาเคมีวันเว้นวัน  เท่ากับตายผ่อนส่ง บางครอบครัวภรรยาต้องเป็นหม้ายเพราะสามีเป็นมะเร็งเสียชีวิตเพราะยาเคมี ซึ่งเราก็ได้ยินข่าวอยู่ร่ำไป บางทีเขาฉีดยาฆ่าหญ้าไว้ในนาแล้วไปรับจ้างดำนา ตายเพราะสูดดมเอายาฆ่าหญ้าก็มี หรือยาฆ่าหญ้าซึมเข้าตามแผลไปทำลายระบบต่างๆในร่างกายจนเสียชีวิตก็มี
           นี่คือเหตุผลที่ว่าเราจะปลูกอะไรดีจึงจะพอมีเงินเลี้ยงครอบครัว ยกระดับฐานะของตัวเอง และได้ใช้เงินที่เราหามา หมอพืชอานนท์ แห่งบ้านสวนสวรสฟาร์ม จึงมีโครงการเชิญชวนพ่อแม่พี่น้อง “ ปลูกไผ่แก้จน “ เพื่อยกระดับฐานะ เพื่อสร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ ให้เป็นกอบเป็นกำ เรามาดูกันครับว่า การปลูกไผ่แก้จนตามแนวทางการสร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ของบ้านสวนสวรสฟาร์ม จะแก้ปัญหาดังกล่าวที่ว่ามาได้จริงหรือไม่ อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ หน่อไม้เป็นพืชที่คนอีสาน และคนไทยทั้งประเทศ หรือต่างประเทศ นิยมบริโภคกันอย่างมาก แต่ผลผลิตที่มีในทุกวันนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีของเรา มีประชากรเป็นล้านคน แต่ไม่มีแปลงปลูกหน่อไม้ที่เพียงพอต่อความต้องการของคนทั้งจังหวัด ต้องนำเข้าหน่อไม้ทั้งสด ทั้งดอง มาจากแหล่งอื่นทั้งสิ้น ที่เห็นปลูกกันอยู่ทั่วๆไปก็พอแค่จำหน่ายในเขตหมู่บ้านและตำบลที่อาศัยอยู่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องเข้าร่วมโครงการ “ปลูกไผ่แก้จน “ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดไปจากบ้านเรา
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1.     เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง มีรายได้จากการเกษตรพอเลี้ยงชีพได้ หรือสร้างฐานะที่มั่นคงได้ โดยไม่ต้องไปทำงานรับจ้าง
2.              เพื่อใช้พื้นที่ๆมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและสังคม
3.              เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้แก่กันและกัน และพัฒนาความคิดของสังคมเราให้ทันโลก
4.              เพื่อพัฒนาสังคม หมู่บ้าน ให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป
5.              เพื่อสร้างความสามัคคี การแบ่งปัน ให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ
6.              เพื่อสร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ไว้ให้ลูกหลาน
7.              เพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้คนได้รู้ทำการเกษตรก็รวยได้
ข้อดีของโครงการปลูกไผ่แก้จน
1.              มีตลาดรองรับแน่นอน โดยทาง บ้านสวนสวรส ฟาร์ม จะรับซื้อหน่อไม้สดราคาส่งจากเกษตรกร เพื่อนำไปจำหน่ายปลีก-ส่งอีกที ซึ่งตลาดที่ บ้านสวนสวรสฟาร์ม จะดิวด้วยก็มี ห้างแมคโคร ห้างโลตัส ห้างบิ๊กซี ห้างเซ็นทรัล ห้างเดอะมอลล์ ตลาดประเทศเพื่อนบ้านเช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา รวมทั้งตลาดกลางในหลายๆจังหวัดในเขตภาคอีสาน  ตลาดสดในหลายๆพื้นที่  ตลอดจนร้านค้าริมทางในหลายๆเส้นทางขาหลัก เป็นต้น ซึ่งจากการประเมินคร่าวๆแหล่งรองรับดังกล่าว มีความต้องการหน่อไม้สด โดยเฉพาะหน้าแล้งไม่ต่ำกว่าวันละ 30-50 ตัน
2.              หน่อไม้เป็นพืชที่ปลูกง่าย ปลูกได้ทุกสภาพดิน ไม่มีโรคและแมลงรบกวน จึงปลอดภัยจากการใช้สารพิษ สารเคมี และสามารถลดรายจ่ายเรื่องสารเคมี ยาฉีด ลงได้
3.              การปลูกหน่อไม้เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายแล้ว การดูแลก็ง่ายกว่าพืชชนิดอื่น อีกทั้งไม่ต้องมีความรู้ความชำนาญมากก็สามารถปลูกได้ทุกคน ขอเพียงมีตลาดรองรับที่ชัดเจนเท่านั้น
4.              ต้นทุนในการปลูกไม่สูงจนเกินไปนัก ลงทุนปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายสิบปี เมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น เช่น มันสำปะหลัง นาข้าว พริก มะเขือ ถั่ว ข้าวโพด เป็นต้น
5.              ปลูกหน่อไม้สามารถมีเวลาว่างไปทำกิจกรรมอื่นหรืองานอื่นๆได้  เพราะเนื่องจากไผ่แมลงไม่รบกวน เพลี้ยไม่มี วัชพืชจำพวกหญ้าเมื่อต้นไผ่คลุมพื้นที่หมดแล้วก็ตัดปัญหาเรื่องวัชพืชได้ ไม่จำเป็นต้องฉีดยาฆ่าหญ้า ประหยัดได้อีกต่ออีก ทั้งการรดน้ำ ให้ปุ๋ย ก็ง่ายไม่ได้ทำทุกวันประหยัดเวลาได้เยอะมาก สามารถใช้เวลาเพียงช่วงเช้าหรือเย็นในการดูแลก็ได้
เป้าหมายในการปลูกและผลผลิตของโครงการ “ ปลูกไผ่แก้จน “
                พื้นที่ปลูก จำนวน 1,000 ไร่ / ผลผลิตต่อวัน 30,000 – 50,000 กิโลกรัม ต่อ วัน
จำนวนกิ่งพันธุ์ไผ่ที่จะนำมาปลูกในเนื้อที่ 1 ไร่
-                    ระยะที่ใช้ปลูก 3 X 3 เมตร ใช้กิ่งพันธุ์จำนวน 175 ต้น
พันธุ์ไผ่ที่แนะนำให้ปลูกในโครงการ                                 -    ไผ่ตงลืมแล้ง
แหล่งจำหน่ายกิ่งพันธุ์
-                    บ้านสวนสวรสฟาร์ม มีหน้าที่จัดหากิ่งพันธุ์ไผ่ชนิดดังกล่าวมาให้ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต การอบรมให้ความรู้ตามโอกาสต่างๆ จนกระทั่งเก็บผลผลิตขาย
ต้นทุนในการปลูกบนเนื้อที่ 1 ไร่
1.              ค่ากิ่งพันธุ์จำนวน 175 ต้นๆละ 55 บาท เป็นเงิน 9,625 บาท
 ทางบ้านสวนสวรส ฟาร์ม มีปุ๋ยรองก้นหลุมให้ฟรีแก่เกษตรไร่ละ 15 กิโลกรัม
ราคาประกันในการรับซื้อ
-                    หน้าฝน ประกันรับซื้อกิโลกรัมละ 5-10 บาท
-                    หน้าแล้ง ประกันรับซื้อกิโลกรัมละ 20 – 50 บาท
-                    ต้นไผ่ที่ต้องสางกอแต่ละปีลำเล็ก 5 บาท ลำใหญ่ 10 บาท หรือ ตันละ 500 บาท แล้วแต่กรณี
เอกสารที่ใช้ในการสมัครเข้าร่วมโครงการปลูกไผ่แก้จน
-                    สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด                        -    สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
รายรับจากการปลูกไผ่แก้จน
 คำนวณคร่าวๆเฉพาะหน้าแล้งตั้งแต่เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม รวมระยะเวลา 3 เดือน (ซึ่งปกติราคาหน่อไม้สดจะดีมากๆตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม รวม 7 เดือน) จากการที่ได้ศึกษาดูงานและแนะนำให้คนปลูกมาแล้ว ไม่รวมการขายลำไผ่ในแต่ละปีและขายหน่อในช่วงหน้าฝน
ขายหน่อไม้
ปลูก 1 ไร่       -  ปีแรก  ผลผลิตยังไม่มาก ประมาณไร่ละ 30 - 50 กิโลกรัมตัดทุกวัน ขายกิโลกรัมละ 35 บาท คิดเป็นเงิน 1,050 – 1,750 บาท / วัน ถ้ารวม 1 เดือน ประมาณ 30,000 – 50,000 บาท / เดือน ถ้าขาย 3 เดือน เฉพาะหน้าแล้ง ก็จะมีรายรับ 90,000 – 150,000 บาท ทีเดียว ( ถ้าดูแลได้ไม่เต็มที่ผลผลิตได้ซักครึ่งนึง 50 % ระยะเวลาเพียง 3 เดือนมีเงินเข้าบ้าน 75,000 บาท ดีไหมครับ )
ปลูก 5 ไร่     - ประมาณไร่ละ 30 - 50 กิโลกรัมตัดทุกวันถ้า 5 ไร่ก็ประมาณ 150 – 250 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 35 บาท คิดเป็นเงิน 5,250 – 8,750 บาทต่อวัน ถ้ารวมทั้งเดือนประมาณ 157,500 – 262,500 บาท ถ้าขาย 3 เดือน เฉพาะหน้าแล้ง ก็จะมีรายรับ 472,500 – 787,500 บาท ทีเดียว ( ถ้าดูแลได้ไม่เต็มที่ผลผลิตได้ซักครึ่งนึง 50 % ระยะเวลาเพียง 3 เดือนมีเงินเข้าบ้านซัก 390,000 บาท ดีไหมครับ )
ปลูก 10 ไร่    - ประมาณไร่ละ 30 - 50 กิโลกรัมตัดทุกวันถ้า 10 ไร่ ผลผลิตประมาณ 300 – 500 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 35 บาท คิดเป็นเงิน 10,500 – 17,500 บาท ต่อวัน ถ้ารวมทั้งเดือนประมาณ 315,000 – 525,000 บาท ถ้าขายรวม 3 เดือนเฉพาะหน้าแล้ง จะมีรายรับ 945,000 – 1,575,000 บาททีเดียว ( ถ้าดูแลได้ไม่เต็มที่ผลผลิตได้ซักครึ่งนึง 50 % ระยะเวลาเพียง 3 เดือนมีเงินเข้าบ้านซัก 787,500 บาท ดีไหมครับ )
หมายเหตุ  ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่พฤศจิกายนขึ้นไปราคาจะดีมากๆและช่วงหน้าฝนตั้งแต่เดือน มิถุนายน – เดือนตุลาคม รวม 5 เดือน ขายได้เพิ่มซัก 20,000 บาทต่อไร่ / ถ้า 5 ไร่ก็ประมาณ 100,000 บาท / ถ้า 10 ไร่ ก็ประมาณ 200,000 บาท
ขายลำไผ่
-                    ปลูก 1 ไร่ ไว้ลำแม่ 5 ลำ ไร่ละ 175 กอ รวมลำไผ่ = 875 ลำ รับซื้อลำละ 10 บาท เป็นเงิน 8,750 บาท
-                    ปลูก 5 ไร่ ไว้ลำแม่ 5 ลำ ไร่ละ 175 กอ รวมลำไผ่ = 4,375 ลำ รับซื้อลำละ 10 บาท เป็นเงิน 43,750 บาท
-                    ปลูก 10 ไร่ ไว้ลำแม่ 5 ลำ รวมลำไผ่ทั้งหมด 8,750 ลำ รับซื้อลำละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 87,500 บาท
หมายเหตุ : ยังสามารถมีรายได้เพิ่มจากการชำหรือตอนกิ่งขายอีกด้วย
ระยะเวลาในการดำเนินการ
1.              เดือนพฤษภาคม ปี 2557 เป็นต้นไป เริ่มอบรมให้ความรู้ชาวบ้านและรับสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงการ
2.              เดือนมิถุนายน 2557 เริ่มทยอยปลูกได้จนครบจำนวนพื้นที่ที่ต้องการจึงปิดรับสมาชิกเข้าร่วมโครงการ
ระยะเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต
รอบแรก : เดือนมีนาคม 2558 เป็นต้นไป
เงื่อนไขการสมัครเข้าร่วมโครงการปลูกไผ่แก้จน
1.              ต้องมีที่ดินปลูกเป็นของตนเองหรือที่ดินเช่าเท่านั้น...
2.              ต้องมีทุนสำรอง หรือแหล่งเงินทุนหมุนเวียน
3.              ต้องให้ความร่วมมือกับบ้านสวนสวรสฟาร์ม ในการแก้ปัญหาและการดูแลรักษา ตลอดทั้งการเพิ่มมูลค่าทางการผลิต แปรรูป การขาย การรับซื้อคืน เป็นต้น
4.              ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ถ้าอายุยังน้อย ผู้ปกครองต้องเห็นชอบและยินยอมด้วย
5.              สมัครเข้าร่วมโครงการฟรีเฉพาะพฤษภาคม 2557-กันยายน ปี2558 เท่านั้น..ปีต่อไปสมาชิกใหม่ค่าสมัคร 500 บาท
ผลประโยชน์ของสมาชิกโครงการปลูกไผ่แก้จน
1.              ได้รับการดูแล การอำนวยผลประโยชน์จากบ้านสวนสวรสฟาร์ม ในทุกๆด้าน การประกันรับซื้อผลผลิตคืน การหาคนรับซื้อไม้ไผ่ให้ การจ้างเจ้าหน้าที่มาอบรมให้ความรู้
2.              สามารถซื้อปุ๋ย ฮอร์โมน ได้ในราคาต้นทุน อายุสมาชิกครบ 1 ปีสามารถเชื่อปุ๋ย ฮอร์โมนได้ในราคาต้นทุน
3.              สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ไผ่ได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด คนที่ไม่เป็นสมาชิกส่งราคาปกติในท้องตลาดคือ ต้นละ 65 บาท ถ้าปลูก 1 ไร่ 175  ต้นก็เป็นเงิน 11,375 บาท แต่สมาชิกซื้อได้ต้นละ 55 บาท ถ้าปลูก 1 ไร่ 175 ต้นก็เป็นเงิน 9,625 บาท ลดต้นทุนได้อีก 1,750 บาท เป็นต้น
4.              การประกันรับซื้อคืนผลผลิตในราคาสูงกว่าท้องตลาดทั่วไป ถ้าสมาชิกขายส่งได้กิโลละ 35 บาท รับซื้อจากผู้ที่ไม่เป็นสมาชิกในโครงการ กิโลละ 30 บาท  เป็นต้น
5.              สมาชิกของโครงการหรือบุตรหลานสามารถมาทำงานประจำในบ้านสวนสวรสฟาร์ม ได้ ซึ่งในอนาคต จะมีทั้งฝ่ายการตลาด บัญชี ฝ่ายขนส่ง ฝ่ายผลิตหลายอัตรา ฝ่ายขายจำนวนมาก เข้าร่วมทำงานเป็นพนักงานเงินเดือน รับเหมา รายวัน แล้วแต่ความถนัดและความสามารถแต่ละบุคคล
6.              หลังจากวันสมัครครบ 1 ปี สมาชิกของโครงการสามารถกู้ยืมเงินเร่งด่วนของโครงการได้ไม่เกินรายละ 20,000 บาท ซึ่งต้องมีเหตุผลในการใช้เงินดังกล่าวด้วย เช่น ใช้จ่ายในงานแต่งงานบุตร ใช้ตั้งกองบวช ใช้จ่ายในงานศพ ใช้เงินล้าน จ่ายหนี้นอกระบบ เป็นต้น โดยเงินจำนวนนี้กู้ยืมได้ไม่เกิน 3 เดือน ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือนเท่านั้น
7.              เมื่อมีบุคคลใดในครอบครัวของสมาชิกในโครงการเสียชีวิต มีเงินช่วยงานศพ รายละ 5,000 บาท ถ้าเป็นกองบวช กองละ 3,000 บาท
ข้อตกลงของสมาชิกในโครงการ
1.              สมาชิกต้องทำตามเงื่อนไขการสมัครสมาชิกโดยเคร่งครัดและผู้ที่จะเป็นสมาชิกได้ต้องปลูกไผ่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป
2.              สมาชิกต้องเข้าร่วมการอบรมอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี ซึ่งจะแจ้งให้ทราบเป็นคราวๆไป เพื่อแจ้งข้อมูลต่างๆในโครงการตลอดทั้งการดำเนินงานให้ทราบร่วมกัน
3.              สมาชิกต้องขายหน่อไม้และไม้ไผ่ให้กับทางบ้านสวนสวรสเท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิตามผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ
4.              เมื่อมีการเพิ่มพื้นที่การปลูก สมาชิกต้องแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ทาง บ้านสวนสวรสฟาร์ม ทราบ เพื่อที่จะได้วางแผนหาตลาดรองรับเพิ่มต่อไป
5.              สมาชิกต้องปลูกไผ่ชนิดเดียวกันในโครงการหรือชนิดที่โครงการปลูกไผ่แก้จนแนะนำให้ปลูกเท่านั้น เพื่อแนวทางในการทำตลาดจะได้เป็นแนวเดียวกันและมีผลผลิตเพียงพอป้อนออกสู่ท้องตลาด
6.              สมาชิกต้องมีความซื่อสัตย์ต่อทางโครงการโดยเฉพาะในการรับซื้อผลผลิต เช่น สมาชิกลงทะเบียนปลูก 1 ไร่ แต่รับ จัดหาหน่อไม้จากแหล่งอื่นมาขายด้วยเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อันเกินควรของตน หากทางโครงการทราบและมีหลักฐานการทุจริตในมูลเหตุเหล่านั้น ทางโครงการสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที
พืชเสริมที่ทางโครงการปลูกไผ่แก้จนแนะนำให้ปลูกและมีตลาดรองรับตลอดปี
1.              ใบย่านาง                                 4. เตยหอม                              7. สะตอในช่องกลางสวนหน่อไม้หรือริมรั้ว
2.              ผักขะแยง                                               5. ขมิ้น
3.              ชะอม                                                     6. กล้วย

ดำเนินโครงการโดย : บ้านสวน สวรส ฟาร์ม 166 ม. 1 ต.หนองบ่อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000

เบอร์ติดต่อ : 090-9569093 , 089-6889946 LINE ID : 0896889946