1. มีตลาดรองรับแน่นอน โดยทาง บ้านสวนสวรส ฟาร์ม จะรับซื้อหน่อไม้สดราคาส่งจากเกษตรกร เพื่อนำไปจำหน่ายปลีกอีกที ซึ่งตลาดที่ บ้านสวนสวรสฟาร์ม จะดิวด้วยก็มี ห้างแมคโคร ห้างโลตัส ห้างบิ๊กซี ห้างเซ็นทรัล ห้างเดอะมอลล์ ตลาดกลางนครราชสีมา ตลาดสดในหลายๆที่และในหลายๆจังหวัด ตลอดจนร้านค้าริมทางในหลายๆเส้นทางขาหลัก เป็นต้น ซึ่งจากการประเมินคร่าวๆแหล่งรองรับดังกล่าว มีความต้องการหน่อไม้สด โดยเฉพาะหน้าแล้งไม่ต่ำกว่าวันละ 30-50 ตัน
2. หน่อไม้เป็นพืชที่ปลูกง่าย ปลูกได้ทุกสภาพดิน ไม่มีโรคและแมลงรบกวน จึงปลอดภัยจากการใช้สารพิษ สารเคมี และสามารถลดรายจ่ายเรื่องสารเคมี ยาฉีด ลงได้
3. การปลูกหน่อไม้เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายแล้ว การดูแลก็ง่ายกว่าพืชชนิดอื่น อีกทั้งไม่ต้องมีความรู้ความชำนาญมากก็สามารถปลูกได้ทุกคน ขอเพียงมีตลาดรองรับที่ชัดเจนเท่านั้น
4. ต้นทุนในการปลูกไม่สูงจนเกินไปนัก ลงทุนปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายสิบปี เมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น เช่น มันสำปะหลัง นาข้าว พริก มะเขือ ถั่ว ข้าวโพด เป็นต้น
5. ปลูกหน่อไม้สามารถมีเวลาว่างไปทำกิจกรรมอื่นหรืองานอื่นๆได้ เพราะเนื่องจากไผ่แมลงไม่รบกวน เพลี้ยไม่มี วัชพืชจำพวกหญ้าเมื่อต้นไผ่คลุมพื้นที่หมดแล้วก็ตัดปัญหาเรื่องวัชพืชได้ ไม่จำเป็นต้องฉีดยาฆ่าหญ้า ประหยัดได้อีกต่ออีก ทั้งการรดน้ำ ให้ปุ๋ย ก็ง่ายไม่ได้ทำทุกวันประหยัดเวลาได้เยอะมาก สามารถใช้เวลาเพียงช่วงเช้าหรือเย็นในการดูแลก็ได้
เปรียบเทียบการปลูกไผ่แก้จนกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆครับ
ชนิดพืช
|
จำนวน/ไร่
|
ต้นทุนพันธุ์
|
เวลาเก็บเกี่ยว
|
ขายผลผลิต
|
ยางพารา
|
96
|
4,800(50)
|
7 ปี
|
1-2 หมื่น/ปี
|
ปาล์ม
|
48
|
7,200(150)
|
4-6 ปี
|
6,000-10,000/ปี
|
นาข้าว
|
-
|
500
|
4 ด.
|
2,000-10,000/ปี
|
อ้อย
|
-
|
2,000
|
1 ปี
|
7,000-15,000/ปี
|
มัน
|
2,000
|
500
|
8 ด.
|
3,000-15,000/ปี
|
อินทผาลัม
|
48
|
14,400(300)
|
1-3 ปี
|
ไม่มีข้อมูลชัดเจน
|
หน่อไม้
|
175
|
9,625 ( 55 )
|
6-8 ด.
|
1-1.2แสน / ปี
|
ตัวอย่างรายได้การปลูกหน่อไม้แก้จนบนเนื้อที่เพียง 1 ไร่ ครับ
1.รายได้จากการขายหน่อคิดแค่3 เดือนช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม ( ปกติราคาหน่อไม้จะดีมากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคมรวมระยะเวลา 7 เดือน)แต่เราจะคิดแค่ 3 เดือนก็พอ..เฉลี่ยผลผลิต30 กิโลกรัมต่อวันต่อไร่ ราคาส่งหน้าสวน 35 บาทต่อกิโลก็เป็นเงิน วันละ 1,000 บาท ถ้า 30 วันก็ 30,000 บาท ถ้ารวมกัน 3 เดือน ก็ 90,000 บาท ( 3 เดือน ได้ 90,000 บาท ดีไหมครับ )
1.รายได้จากการขายหน่อคิดแค่3 เดือนช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม ( ปกติราคาหน่อไม้จะดีมากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคมรวมระยะเวลา 7 เดือน)แต่เราจะคิดแค่ 3 เดือนก็พอ..เฉลี่ยผลผลิต30 กิโลกรัมต่อวันต่อไร่ ราคาส่งหน้าสวน 35 บาทต่อกิโลก็เป็นเงิน วันละ 1,000 บาท ถ้า 30 วันก็ 30,000 บาท ถ้ารวมกัน 3 เดือน ก็ 90,000 บาท ( 3 เดือน ได้ 90,000 บาท ดีไหมครับ )
2.รายได้จากการขายหน่อช่วงหน้าฝนซัก25,000 บาท
3.รายได้จากการขายลำทุกปี ไร่ละ 600 ต้น X 10- เป็นเงิน 6,ooo บาทต่อไร่
รวมรายได้ทั้งหมดใน 1 ปี 121,000 บาทบนเนื้อที่เพียง 1 ไร่
ตัวอย่างรายได้การปลูก 5 ไร่
1.รายได้จากการขายหน่อคิดแค่3 เดือนช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม วันละ 5,000บาท ถ้า 30 วันก็ 150,000 บาท ถ้ารวมกัน 3 เดือน ก็ 450,000 บาท ( 3 เดือน ได้ 450,000 บาท ดีไหมครับ )
2.รายได้จากการขายหน่อช่วงหน้าฝนซัก125,000 บาท
3.รายได้จากการขายลำทุกปี ไร่ละ 600 ต้น X 5 ไร่ = 3,000 ลำ X 10- เป็นเงิน 30,oooบาท
รวมรายได้ทั้งหมดใน 1 ปี 605,000 บาทบนเนื้อที่เพียง 5 ไร่
รายได้จากการปลูก 10 ไร่
1.รายได้จากการขายหน่อคิดแค่3 เดือนช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม วันละ 10,000 บาท ถ้า 30 วันก็ 300,000 บาท ถ้ารวมกัน 3 เดือน ก็ 900,000 บาท ( 3 เดือน ได้ 900,000 บาท ดีไหมครับ )
2.รายได้จากการขายหน่อช่วงหน้าฝนซัก250,000 บาท
3.รายได้จากการขายลำทุกปี ไร่ละ 600 ต้น X 10 ไร่ = 6,800 ต้น X 10- = 60,000 บาท
รวมรายได้ทั้งหมดใน 1 ปี1,210,000 บาทบนเนื้อที่เพียง 10 ไร่

